5 เทคนิคขับรถแบบไหนให้ประหยัดน้ำมันมากที่สุด

8 Views  | 

5 เทคนิคขับรถแบบไหนให้ประหยัดน้ำมันมากที่สุด

“การใช้จ่ายอย่างประหยัดนั้น จะเป็นหลักประกันความสมบูรณ์พูนสุขของผู้ประหยัดเองและครอบครัวช่วยป้องกันความขาดแคลนในวันข้างหน้า การประหยัดดังกล่าวนี้จะมีผลดีไม่เฉพาะแก่ผู้ที่ประหยัดเท่านั้นยังเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติด้วย”

พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ 31 ธันวาคม 2502

ขอน้อมรับแนวทางการดำเนินชีวิตตามหลักที่พระองค์ท่านได้มีพระราชดำรัชมอบไว้ให้ปวงชนชาวไทยทุกคนได้ เดินตามรอย ตามเส้นทางที่จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิต ให้อยู่ดีมีสุขยิ่งขึ้น และหนึ่งในแนวทางนั้นก็คือการประหยัด โดยเฉพาะการ ประหยัดน้ำมัน เชื้อเพลิงในแต่ละวัน นอกจากจะสามารถช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้แล้ว ยังสามารถช่วยชาติประหยัดพลังงานอีกด้วย ฉะนั้นจึงขอนำเสนอแนวทางและเทคนิคดีๆที่จะช่วยประหยัดน้ำมันรถของคุณได้ในแต่ละวัน ที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้

5 เทคนิคขับรถแบบไหนให้ประหยัดน้ำมันมากที่สุด
1.“เคล็ดลับการเติมน้ำมัน”
ก่อนจะเข้าไปถึงวิธีการและเทคนิคในการขับรถนั้น จะต้องเริ่มให้ความสำคัญกับการเติมน้ำมันก่อน ถึงแม้ว่ารถแต่ละคัน แต่ละประเภทจะเติมน้ำมันที่แตกต่างชนิดกัน แต่น้ำมันก็คือน้ำมัน สารประกอบส่วนมากก็จะไม่ค่อยแตกต่างกันเท่าที่ควร “ตามหลักวิทยาศาสตร์ว่าไว้ถึงเรื่องการขยายตัวของมวลในน้ำมัน ที่จะขยายตัวใหญ่ขึ้นในช่วงที่มีอากาศร้อน และหดตัวลงในช่วงที่มีอากาศเย็น นั้นหมายความว่า หากเติมในช่วงที่หนาวเย็นก็จะได้น้ำมันมากกว่าในราคาเดียวกันก็จะได้ปริมาณที่มากกว่า”  แนะนำให้ลองสังเกตกันง่ายๆ หากเราเติมน้ำมันมาในช่วงเช้าหรือค่ำ น้ำมันจะอยู่ในขีดที่ต่ำกว่า แต่ขีดนั้นจะเพิ่มสูงขึ้นเมื่อถึงเวลาเที่ยง นั้นก็เพราะการขยายตัวของน้ำมันนั้นเอง

2.“การอุ่นเครื่องก่อนออกตัว”
ในส่วนของการสตาร์ทรถก็สำคัญมากๆ ช่วยการประหยัดน้ำมันในการขับขี่ โดยการสตาร์ทและออกตัวรถไปในขณะที่เครื่องยังเย็นอยู่นั้น จะทำให้ใช้แรงมากขึ้น และน้ำมันเชื้อเพลิงไปขับเคลื่อนมากขึ้นตามไปด้วย โดยปกติเครื่องยนต์จะทำได้ดีและมีประสิทธิภาพมากที่สุดในอุณหภูมิประมาณ 90-95 องศาเซลเซียส ซึ่งแน่นอนว่าการอุ่นเครื่องก่อนที่จะออกตัวรถออกไปจะมีช่วยให้เครื่องได้อุณหภูมิที่เหมาะสม “แต่ด้วยความเร่งรีบของสังคมปัจจุบันทำให้หลายคนมองข้ามข้อนี้ไป และมีน้อยคนมากที่จะให้ความสำคัญ ทางที่ดีที่สุดก็คือการอุ่นเครื่องก่อนที่จะออกตัวประมาณ 1 นาทีก็เพียงพอที่จะให้เครื่องร้อนเหมาะสม ต่อไป” แต่ก็ไม่แนะนำให้อุ่นเครื่องกันนานจนเกินไป เพราะจะเป็นการเปลืองน้ำมันโดยใช่เหตุ

3.“ขั้นตอนการออกตัว”
โดยปกติแล้วจุดซดน้ำมัน จะอยู่ในขั้นตอนการออกตัวนี้แหละมากที่สุด ในจังหวะการออกตัว เกียร์ 1 จะมีหน้าที่กระชากเครื่องยนต์ให้หมุนไปข้างหน้า ยิ่งเกียร์ 1 กระชากแรงมากแค่ไหน น้ำมันก็จะยิ่งซดเพิ่มขึ้นเท่านั้น เพราะการผลักรถไปข้างหน้าโดยที่รถหยุดนิ่งก็หยุดให้แรงเยอะมากกว่าการเพิ่มความเร็วอยู่แล้วเป็นธรรมดา “แต่น้ำมันจะกินมากกว่านั้นอีกถ้าหากเป็นการเข้าเกียร์ถอยหลัง (แต่ข้อนี้เลี่ยงไม่ได้ เพราะอย่างไรก็ตามการเข้าเกียร์ถอยหลังจากเริ่มจากรถหยุดนิ่งอยู่แล้ว)”

ดังนั้นการออกตัวที่ดีที่สุดก็คือ การออกตัวแบบนิ่มนวลที่สุดสำหรับเกียร์ธรรมดา ออกตัวด้วยเกียร์ 1 ก็ไม่ควรกระชากมากจนเกินไป เพราะนอกจากจะซดน้ำมันแล้ว ยังจะทำให้ยางสึกหรออีกด้วย แต่สำหรับเกียร์ออโต้ ก็ควรจะปล่อยเบรกและให้รถเดินไปข้างหน้าเองโดยไมจำเป็นต้องเหยียบคันเร่ง ปล่อยไว้สักระยะให้รอบทำงานอย่างไหลลื่นจึงค่อยๆเหยียบคันเร่งความเร็วต่อไป

4.การขับขี่สำหรับเกียร์ออโต้ไม่มีอะไรมาก แต่จะเน้นไปที่เกียร์ธรรมดา
สำหรับเกียร์ออโต้ ไม่มีเทคนิคอะไรมากมาย เพียงแค่เหยียบคันเร่งอย่างนิ่มนวล ไม่เร่งเร็วเกินไปก็เพียงพอที่จะประหยัดน้ำมันได้เยอะเลยทีเดียว “แต่จะมีข้อระวังอยู่ตรงที่การ Overdrive หรือการเร่งเมื่อแซง ขอแนะนำว่าไม่จำเป็นจริงก็ไม่ควรที่จะใช้ เพราะ Overdrive จะเปรียบเทียบเหมือนกับการลากเกียร์ นอกจากจะกินน้ำมันมากขึ้นเยอะมาก ยังทำให้เครื่องยนต์สึกหรอเร็วกว่าเดิมอีกด้วย”

สำหรับรถยนต์เกียร์กระปุก หรือเกียร์ธรรมดานั้นการช่วยลดน้ำมันได้มากก็คือ ขั้นตอนการเปลี่ยนเกียร์ที่ควรจะดูรอบให้เหมาะสมก่อนจะเปลี่ยนเกียร์ถัดไป  โดยรถบ้านทั่วไปขนาดไม่เกินเครื่องขนาดไม่เกิน 1800CC ควรเปลี่ยนเกียร์สูงขึ้นทันทีที่ 2000 รอบ ลดเกียร์ต่ำลงทันทีที่ 1000-1200 รอบ และเลี้ยงความเร็วที่เกียร์สูงสุดไว้คงที่ที่ 2000-2200 รอบ

5.สัมภาระในรถไม่ควรบรรทุกเยอะเกินไป
ในส่วนนี้เป็นเทคนิคง่ายๆ สำหรับหลายคนที่มักจะละเลยโดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่ขับรถบ้านเครื่องยนต์ขนาดเล็ก แต่บรรทุกของใช้ส่วนตัวไปด้วยทุกแห่ง อาจจะส่งผลให้รถทำงานหนักมากขึ้น และกินน้ำมันมากขึ้นอีกด้วย การบรรทุกของควรจะเลือกบรรทุกให้เหมาะสมความกำลังของรถแต่ละประเภทน่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะรถบ้านที่นิยมใช้กันก็ไม่สามารถแบกรับน้ำหนักที่มากเกินไปได้ตลอด สุดท้ายอาจจะส่งผลทำให้เครื่องเสื่อมก่อนกำหนดก็เป็นได้

 “ทั้ง 5 ข้อนี้เป็นเทคนิคเพียงเล็กๆ น้อยๆ ที่จะเข้ามาช่วยให้การขับขี่ของทุกคนประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงลงมาได้มากมาย กว่าเดิมเยอะมาก  และที่สำคัญไปกว่านั้นยังสามารถช่วยถนอมเครื่องยนต์ให้ยังคงประสิทธิภาพ ยืดอายุการใช้งานไปได้อีกด้วย” จึงอยากจะขอแนะนำทุกคนประยุกต์แนวทางพอเพียง และการใช้ชีวิตในทุกวันอย่างประหยัด แต่ไม่ขัดสน ตามรอยที่พระองค์ทรงมอบเอาไว้ให้ เพื่อประโยชน์สุขของตัวเองและประเทศชาติต่อไป

Powered by MakeWebEasy.com
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our Privacy Policy  and  Cookies Policy